​แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยให้เติบโตอย่าง “ทั่วถึง” และ “ยั่งยืน” ผ่านหลักการ 3C

วันที่ 09 ก.ย. 2562 เวลา 13:21 น.
 72
 บรรยายโดย : ดร. พรเพ็ญ สดศรีชัย ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย

UploadImage

 แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยให้เติบโตอย่าง “ทั่วถึง” และ “ยั่งยืน” ผ่านหลักการ 3C ได้แก่
                  1) Create Value Added (การสร้างมูลค่าเพิ่ม) เนื่องจากนักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านคุณภาพของการบริการและประสบการณ์มากกว่าปัจจัยด้านราคา ไทยจึงควรส่งเสริมตลาดผ่านการทำ Segmentation เจาะกลุ่ม Niche Market เช่น กลุ่ม MICE ที่ปัจจุบันเติบโตกว่า 24% และกลุ่ม Wellness    ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศไทยได้ดี 
                  นอกจากนี้ ประเทศไทยยังตั้งราคาสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ทั้งที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มของบริการและตั้งราคาให้สูงขึ้นได้ เช่น ราคาห้องพักเฉลี่ยของไทยยังต่ำกว่าหลายประเทศในอาเซียน ทั้งนี้ การที่ประเทศไทยมีจุดแข็งในด้านความหลากหลายของกิจกรรมที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง สามารถนำมาสร้างทางเลือกให้เหมาะสมและตอบสนองความต้องการของแต่ละกลุ่มนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น
                 2) Connected Infrastructure (การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและส่งเสริมการกระจายตัวอย่างทั่วถึง) แม้โครงสร้างพื้นฐานของไทยจะดีกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาค แต่ยังต้องยกระดับเรื่องความปลอดภัยและบริการคมนาคม ที่นักท่องเที่ยวยังมีความพึงพอใจที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ผ่านการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมให้เชื่อมถึงกัน ทั้งทางบกและอากาศเพื่อลดความแออัดสนามบิน รวมทั้งเชื่อมต่อจากเมืองใหญ่ไปยังเมืองรอง ส่งเสริมการบริหารจัดการด้านการขนส่งภายในชุมชนโดยคนในพื้นที่ เตรียมความพร้อมรองรับตลอดทั้ง Supply Chain ในเมืองรอง ตั้งแต่ธุรกิจสายการบิน รถเช่า รถสาธารณะ โรงแรม ทัวร์ ร้านอาหาร ตลอดจนชุมชนใกล้แหล่งท่องเที่ยว ซึ่งต้องอาศัยความร่วมถือของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน 
                โดยชุมชนจะต้องสร้างแรงดึงดูดจากจุดแข็งของแต่ละชุมชน ทั้งด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิต ทรัพยากรธรรมชาติ หรือ Man-Made Attractions เพื่อนำเสนอสินค้าและบริการที่แตกต่างอันสะท้อนถึงอัตลักษณ์ของตนเองพร้อมกับการบริหารผลประโยชน์แก่ชุมชน ทั้งนี้ ภาครัฐต้องเชื่อมโยงเอกชนที่มีศักยภาพในการสร้างเรื่องเล่าให้แก่ชุมชน (Story Telling) และใช้ประโยชน์จาก Social Media และ Influencer เช่น TripAdvisor หรือ Tourism Directory ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในการให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ อย่างแม่นยำตรงกลุ่มเป้าหมายและเกิดการกระจายข้อมูล 
                นอกจากนี้ ยังต้องอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวผ่านเทคโนโลยีทางการเงิน เช่น  E-payment ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง และธนาคารพาณิชย์บริการแก่นักท่องเที่ยว โดยการพัฒนาระบบการชำระเงินที่ทันสมัย สะดวก ต้นทุนต่ำ  เช่น บริการพร้อมเพย์ การชำระเงินด้วย QR Code และการยกระดับ Digital Payment ให้ตอบโจทย์ประชาชนและภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้บริการ Alipay แก่นักท่องเที่ยวชาวจีน
               3) Care for Environment (การดูแลสิ่งแวดล้อม) สิ่งแวดล้อมมีความสัมพันธ์กับการท่องเที่ยวของไทยเป็นอย่างมาก ทั้งในแง่ของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่เป็นจุดเด่นของไทย และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากภาคการท่องเที่ยว ประเทศไทยจึงต้องมีการจัดสรรช่วงเวลาเพื่อฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ เช่น การปิดอ่าวมาหยาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2561 ให้ระบบนิเวศน์บนบกและใต้ทะเลฟื้นตัว การจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในบางพื้นที่ โดยคำนึงถึงขีดความสามารถในการรองรับ การจัดสรรงบประมาณที่ส่วนหนึ่งมาจากการเก็บค่าธรรมเนียมเข้าชุมชน

หมายเหตุ : ส่วนหนึ่งของการบรรยายในหัวข้อ Tourism Development and Inclusive Growth Economy การพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกับการเติบโตอย่างทั่วถึง ในหลักสูตรการบริหารการท่องเที่ยวสำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 3 (TME3) เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2562

เรื่องมาใหม่